Methylphenidate ทำองคชาตค้าง

posted on 10 Jun 2014 10:31 by medicinesupplement in Medicine directory Knowledge, Diary

ยารักษาโรคสมาธิสั้น คือ methylphenidate ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางอย่างอ่อนๆ ในเร็วๆนี้ องค์กรด้านความปลอดภัยในการใช้ยาของหลายประเทศได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับรายงานการเกิดภาวะองคชาตแข็งค้าง จากการใช้ยา methylphenidate รักษา โรคสมาธิสั้น นี้

สาเหตุของโรคสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น พบได้บ่อยในเด็ก ยังไม่ทราบสาเหตุของโรคอย่างแน่ชัด แต่เชื่อว่ามีหลายสาเหตุร่วมกัน รวมทั้งสาเหตุจากพันธุกรรม การบาดเจ็บทางสมอง คลื่นไฟฟ้าสมองผิดปกติและความผิดปกติเกี่ยวกับสารสื่อประสาทโดยเฉพาะ dopamine ซึ่งยา methylphenidate ออกฤทธิ์เป็น dopamine agonist มีรายงานการใช้ยา methylphenidate ทั้งชนิดที่ออกฤทธิ์ทันที (immediate-release methylphenidate) และชนิดที่ปลดปล่อยยาอย่างช้าๆ (sustained release methylphenidate) เพื่อใช้รักษา โรคสมาธิสั้น แล้วทำให้เกิดภาวะองคชาตแข็งค้างและอาจเจ็บปวด เกิดได้ทั้งในเด็กเล็กและผู้ใหญ่

โดยข้อมูลที่ได้จาก US FDA Adverse Event Reporting System ร่วมกับข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการอื่น พบว่าช่วงตั้งแต่ปี 1997 ถึง 2012 มีรายงานการเกิดภาวะองคชาตแข็งค้างจากการใช้ methylphenidate เพื่อรักษาโรคสมาธิสั้น ในผู้ป่วย 15 ราย ช่วงอายุ 8-33 ปี ค่ามัธยฐาน (median age) อยู่ที่ 12.5 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ (12 ราย) อายุต่ำกว่า 18 ปี บางรายเกิดเมื่อเพิ่มขนาดยา หรือเกิดหลังหยุดยาชั่วคราวหรือหยุดถาวร ภาวะองคชาตแข็งค้างนี้ไม่เกี่ยวข้องกับอารมณ์เพศ แม้ภาวะองคชาตแข็งค้างจะหายเองได้

แต่บางรายอาจเกิดรุนแรงจนทำให้ cavernous tissues ขาดเลือดไปเลี้ยงและอาจรุนแรงถึงขั้นที่ทำให้องคชาตถูกทำลายถาวรได้ ซึ่งต้องได้รับการรักษาโดยด่วนและอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด แม้ว่าจากรายงานmethylphenidate ทำให้เกิดภาวะดังกล่าวได้น้อย (rare) แต่ผู้ปกครองและแพทย์ผู้ทำการรักษาควรตระหนักถึงอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวด้วย ในบางประเทศได้เพิ่มคำเตือนในเรื่องนี้แล้วในเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ โดยระบุด้วยว่าหากรับประทาน methylphenidate แล้วเกิดภาวะการแข็งตัวขององคชาตค้างนานกว่า 4 ชั่วโมง ควรได้รับการรักษาเพื่อป้องกันผลเสียรุนแรงต่อองคชาตที่จะเกิดตามมา สำหรับประเทศไทยนั้นสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อให้มีคำเตือนนี้ในเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์methylphenidate ด้วย

ที่มา :  http://www.coxlabthai.com/article129.html

 

Comment

Comment:

Tweet